วันศุกร์, 27 มีนาคม 2569

ชีวิตสุดขมขื่น พี่ชายน้องแรม แฉวีรกรรม”ต้อม”ฟังแล้วยิ่งสงสาร

24 มี.ค. 2026
871

ชีวิตสุดขมขื่น พี่ชาย “น้องแรม” แฉวีรกรรม “ไอ้ต้อม” ตอนคบ ฟังแล้วสะเทือนใจ ย้ำไม่เชื่อน้องทำร้ายตัวเอง ครอบครัวรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

วันที่ 25 มี.ค. 2569 นายเดช อายุ 26 ปี พี่ชายคนโตของ น.ส.แรม ผู้เสียชีวิตที่ถูก นายต้อม แฟนหนุ่มชาวลาวก่อเหตุฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนใส่ถุงดําก่อนนําไปโยนทิ้งบริเวณเลียบคลองประปา ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ได้เข้าไปที่ห้องพักของน้องแต่พบเพียงนายต้อมอยู่คนเดียว จึงสอบถามหาน้องสาว แต่ได้รับคำตอบจากนายต้อมว่า “ตื่นมาแล้วไม่เห็น ไม่รู้ไปไหน” ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ได้เอะใจอะไร

กระทั่งวันถัดมาได้กลับไปที่ห้องพักอีกครั้งก็พบนายต้อมอยู่เพียงคนเดียว เมื่อถามหาน้องสาวนายต้อมก็ยังบอกว่าไม่รู้เหมือนเดิมแต่ครั้งนี้มีท่าทีซึมผิดปกติและสังเกตเห็นว่าภายในห้องมีการเก็บข้าวของที่กระจายบนที่นอนไปกองทับบนกระเป๋าจึงเริ่มรู้สึกความผิดปกติภายในห้อง จนกระทั่งไปเห็นเหมือนคราบเลือดลักษณะกระเซ็นติดอยู่บริเวณประตูของห้องนํ้าจึงเริ่มสงสัยว่าอาจจะเป็นเลือดของน้องสาว

 

จึงถามนายต้อมตรงๆไปว่า “ทําแบบนี้กับน้องได้ยังไง” แต่นายต้อมปฏิเสธและบอกว่า “อย่ากล่าวหา” ซึ่งตอนนี้นายต้อมมีท่าทีหลบสายตาและรีบออกจากห้อง โดยขนถุงขยะที่มีผงซักฟอกและน้ำยาล้างห้องน้ำออกไปด้วย ซึ่งตนเองเป็นคนช่วยนายต้อมขนกล่องใบหนึ่งลงไปแต่รู้สึกว่ามันหนักผิดปกติคาดว่ามีร่างน้องสาวอยู่ข้างใน จึงเปิดดูพบว่าเป็นอุปกรณ์ครัวและมีดจํานวนหลายเล่มซึ่งคาดว่านั้นคือมีดและอุปกรณ์ที่ใช้หั่นศพน้องสาว

 

 

หลังจากนั้นตนเองได้เรียกเพื่อนมาช่วยดูว่าคราบเลือดที่เจอในห้องนั้นเป็นเลือดคนหรือไม่ซึ่งเพื่อนก็คิดตรงกันว่าอาจจะใช่จึงตัดสินใจเข้ามาแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง จากนั้นได้มีการไล่ดูกล้องวงจรปิดและไปค้นหาของในถังขยะหน้าหอพักที่นายต้อมนําไปทิ้งพบมีรองเท้า ช่อดอกไม้ และเส้นผมเป็นกระจุกเป็นลักษณะเหมือนการดึงหรือถอนไม่ใช่ผมร่วง จึงถ่ายคลิปไว้และนํามาให้ตํารวจช่วยตรวจสอบ จนกระทั่งมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบและพบชิ้นส่วนน้องสาว

ที่ผ่านมานายต้อมมักมีปากเสียงตบตีกับน้องสาวบ่อยครั้ง เคยบังคับให้น้องสาวถอดเสื้อผ้ากักขังไว้ในห้อง และมีการใช้ไม้แขวนเสื้อขดม้วนมาล็อกกลอนประตูจากด้านนอกเพื่อไม่ให้ออกไปไหน แม้ทั้งคู่จะเคยตกลงแยกทางกันไปทำงาน แต่นายต้อมยังตามระรานไม่เลิก ถึงขั้นตามไปที่ทำงานใน จ.ชลบุรี และเคยแจ้งความเท็จว่าฝ่ายหญิงหายตัวไปเพื่อให้ตำรวจช่วยตามหา ทั้งที่ฝ่ายหญิงพยายามตีตัวออกห่าง ซี่งช่วงที่น้องไปทํางานที่ จ.ชลบุรี ได้ปรึกษาที่บ้านตลอดเพราะอยากแยกกันสักพักหากดีขึ้นจึงจะกลับไปอยู่ด้วยแต่สุดท้ายนายต้อมก็มาตามกลับไปและมาเกิดเหตุขึ้น

 

 

ภายหลังจากที่นายต้อมถูกจับและอ้างว่าไม่ได้ฆ่าแต่ น.ส.แรม ทําร้ายร่างกายตัวเอง ทางพี่ชายและพี่สาว ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เป็นความจริงเนื่องจากน้องสาวเป็นคนรักสวยรักงาม รักตัวเองมาก และมีอะไรจะปรึกษาครอบครัวตลอดพร้อมบอกมาว่า “น้องคือแก้วตาดวงใจ หายไปเพียง 2 ชั่วโมง พี่ๆยังร้อนใจกันเลย” ส่วนประเด็นที่นายต้อมโพสต์เฟซบุ๊กว่าน้องสาวมีคนอื่น เชื่อว่าเป็นเรื่องที่นายต้อมระแวงไปเอง เพราะที่ผ่านมาได้ตรวจสอบโทรศัพท์น้องสาวแล้วไม่พบความผิดปกติใดๆ

 

 

เมื่อถามว่าหากวันนี้ได้เจอนายต้อมอยากบอกอะไรกับเขา พี่สาวและพี่ชาย กล่าวทั้งนํ้าตาว่า “ทําน้องหนูทําไม น้องไม่มีพิษมีภัย เขารักต้อมมากทําแบบนี้กับน้องได้ยังไง ครอบครัวรับไม่ได้”