
2 พ.ค. 2569
จากเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลในแวดวงศาสนา เมื่อมีผู้พบว่าพระเกศทองคำซึ่งประดิษฐานอยู่บนเศียรพระพุทธรูปของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีน้ำหนักถึง 50 บาท และมีมูลค่าสูงกว่า 4 ล้านบาท กลับมีส่วนผสมของทองคำเพียง 2% ส่วนที่เหลือเป็นสังกะสีและทองแดง ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามและมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหายไปของทองคำแท้.
ล่าสุด นายวรพจน์ อายุ 43 ปี ช่างทองผู้ซึ่งเป็นผู้หล่อพระเกศองค์ดังกล่าวด้วยตนเอง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ โดยกล่าวว่าต้องการให้สังคมได้รับทราบถึงเหตุการณ์ที่แท้จริงที่เกิดขึ้น

นายวรพจน์เล่าว่า เมื่อปี พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดพิธีหล่อองค์พระพุทธรูป โดยในวันแรกของการหล่อ เมื่อองค์พระพุทธรูปเสร็จสมบูรณ์ ก็ได้ดำเนินการหล่อพระเกศต่อโดยใช้ทองคำที่ได้รับบริจาคมาประมาณ 50 บาท ตามที่เป็นข่าว
อย่างไรก็ตาม ทองคำที่ได้รับมานั้นมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะเทให้เต็มแม่พิมพ์พระเกศที่เตรียมไว้ แต่เพื่อไม่ให้พิธีต้องหยุดชะงัก จึงได้ทำการเททองลงไปก่อน หลังจากนั้น ตนได้มอบแม่พิมพ์พระเกศที่เทไว้แล้วให้กับหลวงพ่อที่วัด โดยยืนยันว่าได้นำกลับมาเพียงองค์พระพุทธรูปเท่านั้น ไม่ได้นำพระเกศกลับมาด้วยแต่อย่างใด

นายวรพจน์กล่าวต่อไปว่า หลังจากนั้น ตนได้กลับมาดำเนินการประกอบองค์พระพุทธรูปที่โรงงาน จนกระทั่งแล้วเสร็จ จึงได้หล่อพระเกศอีกชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นทองเหลือง และเป็นชิ้นเดียวกับที่ปรากฏในภาพข่าว หลังจากนั้นได้นำพระเกศทองเหลืองที่หล่อขึ้นใหม่นี้ พร้อมกับเบ้าหลอม กลับไปยังวัด เพื่อนำทองคำที่อยู่ในแม่พิมพ์พระเกศที่หล่อไม่เต็มในวันพิธี มาหลอมใหม่และเทกรอกเข้าไปภายในพระเกศทองเหลืองที่นำมาด้วย โดยมีการผสมปูนพลาสเตอร์เพื่ออุดปิดช่องว่างด้านใน ก่อนที่จะมอบพระเกศดังกล่าวให้กับหลวงพ่อ.
นายวรพจน์แสดงความไม่เข้าใจว่าเหตุใดข่าวจึงออกมาในลักษณะที่ว่าทางโรงหล่อได้ทำการเปลี่ยนพระเกศ หรือหลวงพ่ออาจจะลืมรายละเอียดในส่วนนี้ไป จึงอยากให้มีการผ่าพิสูจน์เพื่อตรวจสอบภายในพระเกศว่ามีทองคำอยู่จริงหรือไม่ หากเป็นพระเกศองค์เดียวกันกับที่ตนได้ทำการหล่อ
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนายศักดิ์ชัย ซึ่งเป็นเฒ่าแก่ของโรงหล่อ ผ่านทางวิดีโอคอล โดยนายศักดิ์ชัยได้ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้นำทองคำกลับมาที่โรงงานแต่อย่างใด หลังจากเททองลงในพระเกศแล้ว ก็ได้มอบให้กับทางวัดไปทันที และตนเองก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน เพียงแต่เดินทางมาทำงานที่ต่างจังหวัดเท่านั้น
