วันอังคาร, 22 กันยายน 2569

ผบก.ภ.จว.ลพบุรี เรียกประชุมด่วนตำรวจจราจร หลังถูกโซเชียลวิจารณ์ เรื่องตั้งด่านเปรียบเทียบปรับขั้นต่ำ 2,000 บาท จนถูกตั้งฉายาว่า เมืองสองพันบุรี

21 ก.ย. 2026
53

ผบก.ภ.จว.ลพบุรี เรียกประชุมด่วนตำรวจจราจร หลังถูกโซเชียลวิจารณ์ เรื่องตั้งด่านเปรียบเทียบปรับขั้นต่ำ 2,000 บาท จนถูกตั้งฉายาว่า เมืองสองพันบุรี

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 21 กันยายน 2569 พลตำรวจตรี ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้เรียกประชุมด่วนระดับผู้กำกับการสถานี รองผู้กำกับการจราจร สารวัตรจราจร รองสารวัตรราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจราจร ณ ห้องประชุมตึกกองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เพื่อให้นโยบายในการทำหน้าที่ของงานจราจรหลังจากที่มีสื่อโซเชียล ได้สื่อถึงการทำงานของตำรวจจราจรจังหวัดลพบุรี พร้อมได้ตั้งฉายาในการทำงานว่างานจราจรของลพบุรี ว่าเป็น “เมืองสองพันบุรี” ซึ่งในคอมเม้นต์ ที่มีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โดยมองว่าเป็นมาตรการปรับที่สูงเกินไป เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีตักเตือนอรุ่มอร่วย

ซึ่งผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้มอบนโยบายในการทำงานจราจรนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ยึดหลักของตำรวจจราจรในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการจราจร โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน และการบังคับใช้กฎหมายทั้งกฎหมายอาญาและกฎหมาย พรบ.จราจรทางบก พรบ.รถยนต์ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จากที่ผ่านมาถือว่าปัญหาเกี่ยวกับรถแข่งบนท้องถนนหลวง รถปรับแต่งท่อเสียงดังรบกวนประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนจังหวัดลพบุรีน้อยลง ในการปฏิบัติหน้าที่เท่าที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่ายังเป็นการปฏิบัติภายในช่องของกฎหมาย ไม่พบการทุจริต การรีดไถ ข่มขู่เรียกรับทรัพย์สิน ส่วนกรณีเปรียบเทียบปรับก็ให้พิจารณาใช้ดุลพินิจให้เหมาะสม

สำหรับการเชิญผู้เกี่ยวที่ข้องกับงานจราจรมาทำความเข้าใจภายใต้หลักการผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะฐานความผิดที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาคาญ สุ่มเสี่ยงหรืออาชญากรรมเช่น การดัดแปลงสภาพรถ เปลี่ยนท่อเสียงดัง โหลดเตี้ยแต่งซิ่ง ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว แข่งขันรถในทาง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนยังคงต้องถูกจับกุมดำเนินการกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อทำให้สังคมสงบเรียบร้อยขึ้น ส่วนความผิดเล็กน้อย เช่น ไม่พกสำเนาทะเบียนรถ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ก็ให้ใช้ดุจพินิจในการว่ากล่าวตักเตือน หรือปรับในสถานเบาตามแต่กรณี ซึ่งการดำเนินการก็เป็นไปตามนโยบายของ ว่าที่ ผบ.ตร.ที่เคยให้นโยบายในการดำเนินการจราจรว่าให้ว่ากล่าวตักเตือนจากเบาไปหาหนัก หลังจากที่ได้ประชุมแล้วได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจการทำงานของตำรวจจราจร

เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ปัญหา ปากท้องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการให้ฝ่ายจราจรใช้ดุลพินิจในการเปรียบเทียบปรับให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาลงไปดูแลอย่างเคร่งครัด โดยเชื่อว่าในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ผ่านมา ก็มีประชาชนที่เข้าใจการทำงานของตำรวจ และฝ่าฝืน ไม่ทำผิดกฎหมาย ส่วนผู้ที่ยังทำผิดกฎหมายก็อาจจะสร้างความไม่พอใจบ้าง

ทั้งนี้ ถ้าประชาชนที่ใช้รถทุกชนิด พบเห็นการกระทำทุจริต รีดไถ เรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ขอให้แจ้งมาที่ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง แต่อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา การตั้งจุดตรวจก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดการก่ออาชญากรรม ปัญหายาเสพติด สิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ลดการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนมากกว่าในช่วงที่ผ่านมา